
เรื่องของ รมต.กระทรวงพลังงาน ที่กำลังงานเข้ารายวัน จากวิกฤตราคาน้ำมันและราคาพลังงานบ้านเราที่กำลังพุ่งพรวด จากผลพวงของสงครามในตะวันออกกลาง ที่ยังคงไม่มีวี่แววจะคลี่คลายลง!
…
แม้รัฐบาล และ รมต.พลังงาน จะออกมายืนยันปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศมีอยู่อย่างเพียงพอ สามารถจะรับมือวิกฤตพลังงานไปได้อย่างน้อย 60 วัน แม้ไม่มีการนำเข้าน้ำมันล็อตใหม่ก็ตาม
แต่เอาเข้าจริงกลับ "หนังคนละม้วน" ผ่านไปแค่สัปดาห์เดียว ประชาชนกลับต้องแก่งแย่ง เข้าคิวแบ่งสรรปันส่วนน้ำมันทั่วประเทศสุดโกลาหล สต๊อกน้ำมันที่รัฐตีปี๊บว่า มีอย่างเพียงพอ กลับทำท่าจะขาดแคลนไปทุกหย่อมหญ้า
ประชาชนถึงกับต้องไปนั่งรอ นอนรอเติมน้ำมันตามสถานีน้ำมันในต่างจังหวัดกันข้ามวันข้ามคืน ผู้ค้าน้ำมันต้องออกประกาศจัดสรรปันส่วนน้ำมัน กำหนดเงื่อนไขให้เติมได้คันละ 500 บาท หรือ 1,000 บาทต่อวัน หรือจำกัดไม่ให้เติมใส่ถังใส่แกลลอนจนต้องเอารถไถ เอาเรือ หรือรถเกี่ยวออกมาเติมจนโกลาหล
แถมบรรดาโรงกลั่นภายในประเทศ ยังมาฉวยโอกาสปรับขึ้นค่าการกลั่นพรวดจาก 2 บาท เป็น 6 บาท/ลิตร ชนิดที่ทุกฝ่ายได้แต่ "อึ้งกิมกี่" นี่โรงกลั่นน้ำมันในประเทศเรา เข้าไปตั้งอยู่ใจกลางสมรภูมิสงครามตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้ลุกขึ้นมาปรับขึ้นค่าการกลั่น โขกเอากับประชาชนกันดื้อๆ แบบนี้

จนก่อให้เกิดข้อกังขาจากสังคม น้ำมันที่กลั่นจากโรงกลั่นในประเทศแท้ๆ แต่กลับไปอ้างอิงราคาจากสิงคโปร์แบบ "สมมตินะสมมติ" เลยทำให้โรงกลั่นน้ำมันเหล่านี้ฟันกำรี้กำไรจากวิกฤตน้ำมันถึง 2 เด้ง
นอกจากจะฟันราคาจากค่าการกลั่นที่ปรับขึ้นกันพุงปลิ้นแล้ว ยังได้รับชดเชยราคาน้ำมันขายปลีกจากกองทุนน้ำมัน จะต้องเอาเงินออกมาชดเชยเพื่อตรึงราคาน้ำมันแบบ "ไดโว่" แพงกว่าความเป็นจริง
โดยไม่รู้จะต้องทิ้งหนี้ไว้ให้ประชาชนแบกรับกันอีกเท่าไหร่ จนหลายเริ่มตั้งคำถาม กองทุนน้ำมันจะเข้ามาแก้ไขวิกฤตหรือซ้ำเติมวิกฤตกันแน่!

ขณะสื่อไทย รวมทั้งภาคประชาชน ก็มัวจ้องแต่จะถล่ม "ทุนพลังงาน" ว่า จะเข้ามากินรวบ หรือส่ง "ร่างทรง" มาคุมพลังงานหรือไม่? รมต.พลังงานคนใหม่จะมาจากไหน เป็น "ร่างทรง" ที่ทุนพลังงานส่งเข้าประกวดหรือไม่?
อย่างที่เคยมีกระแสข่าวว่า มีการทาบทาม นายปรีดี ดาวฉาย อดีต รมต.คลัง ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา เข้ามาคุมพลังงานเท่านั้น ก็มีการจับไปโยงกับทุนพลังงานขึ้นมาทันที เพียงเพราะเจ้าตัวเป็นกรรมการ และประธานบริษัทพลังงานยักษ์มาก่อนเท่านั้น
จนทำให้อดคิดไปไม่ได้ว่า การที่ประชาชนคนไทยเราต้องกระอักกระอ่วมจากวิกฤตราคาน้ำมัน ราคาพลังงานในเวลานี้ สะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้างหรือไม่!

ทั้งที่มี รมต.พลังงาน ที่ข้ามห้วยมาจากบริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศ อย่าง ปตท. มาก่อน แต่เหตุใด วิกฤตพลังงาน วิกฤตราคาน้ำมันที่คนไทยเผชิญอยู่หาได้คลี่คลายลงไป!
เช่นเดียวกับ กรณีมีการเปิดโปง 2 บริษัทรับเหมาก่อสร้าง "ลูกเขย" ของ "นายชาดา ไทยเศรษฐ์" รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อย่าง "อนันต์ ปาทา" สามี "ซาบีดา" รมว.วัฒนธรรม และ "ณัฐพงศ์ เบญจทวีผล" สามี "ปานัดฌา" ที่กวาดงานรับเหมาหน่วยงานรัฐ ในช่วงปี พ.ศ. 2564-2568 จำนวน 344 โครงการ วงเงินร่วม 4,380.22 ล้านบาท ทั้งกรมทางหลวง, กรมชลประทาน

หลายโครงการพบว่า บริษัทรับเหมาที่ได้งานไป และคู่เทียบล้วนแต่ "กากี่นั้ง" โยนงานกันไปมา แทบจะเรียกได้ว่า เกื้อกูลถ้อยทีถ้อยอาศัยกันจริงๆ แต่กลับบเป็นเรื่องน่าแปลกที่ไม่มีหน่วยงานใดคิดจะลงไปตรวจสอบเรื่องแบบนี้
หรือกรณีมีการเปิดโปงข้อมูล บริษัทพลังงานสะอาด บมจ.ไทยโซลาร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ที่มีคู่สมรสของ รมต.อุตสาหกรรม ถือหุ้นใหญ่ที่ได้สัญญาโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed in Tariff : FIT ปี 2565-73 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง จำนวน 20 โครงการ กำลังผลิต 128.10เมกะวัตต์ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สัญญา 25 ปี ในราคา 2.1579 บาทต่อกิโลวัตต์
นอกจากภริยาของ รมต.ในรัฐบาลชุดนี้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทพลังงานที่มีสัญญาขายไฟให้กับรัฐโดยตรงแล้ว ยังมีบริษัท ชิโน-ไทยเอ็นจิเนียริ่งฯ ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวด้วยสัดส่วน 9% หรือ 190.57 ล้านหุ้น

แม้ "นายกฯ อนุทิน" จะยืนยันว่า ตนเองออกจากบริษัท ชิโนไทยฯ มากว่า 20 ปีแล้ว แต่หุ้นใหญ่ชิโน-ไทย ก็ยังคงเป็นบุคคลในครอบครัวนายกฯ โดยตรงนั่นเอง แถมก่อนหน้านี้ ตัวนายกฯ เอง ยังเคยเป็นกรรมการบริษัทด้วยอีก (ในช่วงปี 2562) ก่อนบริษัทเข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโซลาร์เซลล์ให้กับ กฟภ.
น่าแปลก! ขณะที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและรัฐบาลที่ตั้งโต๊ะโครงการรับซื้อไฟฟ้าสะอาดในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในระยะ 1-2 ปีผ่านมานั้น ผู้คนก็เอาแต่จับจ้อง จะมีบริษัทลูกบริษัทในเครือกลุ่มทุนพลังงาน อย่าง "กัลฟ์เอ็นเนอร์จีฯ" ได้โครงการเหล่านี้ไปสักกี่มากน้อย หรือโผล่เข้าไปรับงานสักกี่โครงการหรือไม่เท่านั้น

แต่พอบริษัทที่ได้สัญญาไปกลับกลายเป็นบุคคลในครอบครัว รมต.ในรัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งบุคคลในครอบครัวนายกฯ เอง หรือตัวนายกฯ เอง ก็มีเอี่ยวถือหุ้นอยู่ด้วย ทุกสื่อกลับเงียบงัน ทำเป็นมองไม่เห็น กลายเป็นเรื่องปกติไปซะงั้น! ไม่ยักกะมีสื่อไหน หรือหน่วยงานใดล้วงลูกเข้ามาตรวจสอบเป็น ผลประโยชน์ทับซ้อน เป็น Conflict of Interest หรือไม่?
ลองหากเป็นบริษัทตระกูลชินวัตรดอดเข้ามารับงาน หรือรับสัมปทานโครงการรัฐในลักษณะนี้ หรือมีบริษัทในเครือกลุ่มทุนพลังงานอย่างกัลฟ์ฯ ได้โครงการเหล่านี้ ไปรับรองได้บ้านแตก มีคนพร้อมออกมาร้องแรกแหกกะเชอกันเต็มบ้านเต็มเมือง
อะไรมันจะวิปริตกันไปได้ถึงเพียงนี้!!!
แก่งหิน เพิง