“ประเทศไทยมีคน 66 ล้านคน แต่สำรองน้ำมันแค่ 2 เดือน โคตรเสี่ยงเลย!”
…
รศ.ดร อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เที่ยง เจอกัน" ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ถึงปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศไทยที่มีรายงานว่ามีอยู่แค่ 2 เดือน ว่า... จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง สหรัฐฯ-อิหร่าน เมื่อเป้าหมายที่แท้จริงของมหาอำนาจอาจเป็น "น้ำมัน" ไม่ใช่แค่การเมือง! รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ชี้เป้า 3 ผลกระทบคลื่นยักษ์ที่จะซัดกระเป๋าเงินคนไทยจนร่อยหรอ รัฐบาลไทยพร้อมรับมือแค่ไหน หรือนี่จะเป็นบททดสอบ "กึ๋น" ครั้งสำคัญของผู้นำประเทศในการกู้วิกฤตปากท้อง?
เบื้องลึกมหาอำนาจคลุ้มคลั่ง เป้าหมายแท้จริงคือ "น้ำมัน"
ท่าทีของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดูเหมือนจะสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ แท้จริงแล้วซ่อนยุทธศาสตร์ "อเมริกาเฟิร์สต์" (America First) เอาไว้ เป้าหมายคือการเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิหร่าน เพื่อเปิดทางให้บริษัทอเมริกันเข้าไปครอบครองและลงทุนในแหล่งน้ำมันมหาศาล นี่คือเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อดึงคะแนนเสียงสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอม หากทำสำเร็จคนอเมริกันจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกและประเทศจะมีรายได้มหาศาล
"สหรัฐฯ เข้าไปช่วยอิสราเอลเนี่ย เพื่อจะเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองในอิหร่าน แล้วสุดท้าย... อเมริกาเฟิร์สต์จะกลับมาก็คือน้ำมันไงครับ"
ผลกระทบ 3 ชั้นซัดเศรษฐกิจไทย: น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปุ๋ยเคมี
วิกฤตนี้ไม่ได้กระทบแค่ราคาน้ำมัน แต่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนถึง 3 ชั้น ได้แก่ 1. น้ำมัน ที่ไทยนำเข้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 50% ราคาอาจพุ่งแตะ 100-120 เหรียญ/บาร์เรล ดันราคาขายปลีกในไทยพุ่งอีกถึงลิตรละ 20 บาท 2. ก๊าซธรรมชาติ ที่ต้องนำเข้าจากกาตาร์ 40% เพื่อผลิตไฟฟ้า จะดันค่าไฟพุ่งขึ้นอีกอย่างน้อย 1.50 บาท/หน่วย 3. ปุ๋ยเคมี ที่ไทยนำเข้า 100% ราคาจะพุ่งขึ้น 300-500 บาท/กระสอบ กระทบต้นทุนเกษตรกรและดันราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้แพงขึ้นทั้งระบบ
"เพราะฉะนั้น เฉพาะน้ำมันกระแทกทุกคนเลย สะเทือนกระเป๋าทุกคน... ผลกระทบ 3 ชั้นไม่ใช่เฉพาะน้ำมัน รุนแรงกว่าที่คิดเยอะ"
บททดสอบ "กึ๋น" รัฐบาลไทยในการรับมือวิกฤต
นี่คือบททดสอบความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมักเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เช่น การนำเงินภาษีไปอุดหนุนราคาสินค้าเกษตร สำหรับวิกฤตนี้ รัฐบาลต้องเร่งหาแหล่งน้ำมันสำรองเพิ่มจากที่มีเพียง 2 เดือน ควบคุมการกักตุนและการส่งออกน้ำมันอย่างเด็ดขาด สกัดการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และเตรียมแพ็กเกจลดค่าครองชีพให้ประชาชน แม้กองทุนน้ำมันจะต้องเผชิญภาวะติดลบมหาศาลก็ตาม
"ถ้าฝีมือจริงๆ คุณจะต้องวางแผนว่า ผลิตเกินออกมาแล้วเนี่ย ตลาดอีก 3-4 เดือนข้างหน้าคุณจะเอาไปขายที่ไหน... ที่ทำกันอยู่คือปลายเหตุ ไม่ใช่ฝีมือ"
ยุทธศาสตร์การทูตไทย: บาลานซ์อำนาจเพื่อความอยู่รอด
ท่ามกลางความขัดแย้งที่อาจลากยาว เพราะอิหร่านใช้ยุทธศาสตร์ "สงครามที่มีราคาแพง" เพื่อดึงให้ชาติมหาอำนาจอื่น เช่น จีน รัสเซีย เข้ามามีบทบาท ประเทศไทยจึงต้องเดินหมากทางการทูตอย่างระมัดระวัง การแสดงจุดยืนต้องเป็นกลางและยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก รัฐบาลควรพิจารณาการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS หรือ GSI เพื่อรักษาสมดุลอำนาจแบบประเทศอินเดีย ซึ่งจะช่วยสร้างความปลอดภัยและเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุนหรือการท่องเที่ยวได้
"ต้องเป็นกลางที่ประเทศชาติได้ประโยชน์... ต้องบาลานซ์ด้วยเหตุและผลให้ดีที่สุด และทำให้ประเทศชาติเนี่ยปลอดภัยจริงๆ"