
"ม.ล.กรกสิวัฒน์" แฉราคาน้ำมันไทยแพงเกินเบอร์ เหตุแฝงต้นทุนทิพย์สูงเกินจริงทำโรงกลั่น บริษัทน้ำมันรวยพุงปลิ้นบนวิกฤติพลังงาน สุดงงรัฐยังวิ่งพล่านตรึงราคา ทั้งที่เพื่อนบ้านยังขายราคาปกติ แฉคนไทยเสียค่าโง่สำรองน้ำมีน 2% ตั้งแต่ปี 61 กว่า 4 หมื่นล้าน เพื่อรับมือวิกฤต แล้วน้ำมันเจ้ากรรมอยู่ไหน?
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตการบริหารจัดการราคาน้ำมันและพลังงานของกระทรวงพลังงานล่าสุด หลังสงครามในตะวันออกกลางปะทุจนราคาน้ำมันดิบในตลาดพุ่งพรวด ว่าจนถึงวันนี้ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย ยังขายเบนซิน 95 ตัวแพงสุดกันอยู่ที่ลิตรละ 22-23 บาท ดีเซลลิตรละ 25 บาท

แต่ของไทยรัฐบาลและกระทรวงพลังงานกลับออกมาป่าวประกาศต้องชดเชยราคาเบนซินและดีเซลลิตรละเกือบ 10 บาทแล้ว เพื่อตรึงดีเซลไว้ที่ 29 บาท จนทำให้เกิดปัญหาเรามีการบริหารจัดการอย่างไร ถึงทำให้ราคาน้ำมันจากโรงกลั่นตัวเองแท้ๆ แพงได้ขนาดนี้
"ประเทศอื่นเขายังขายดีเซลได้ลิตรละ 25 บาท ประเทศไทยที่มีโรงกลั่นเองกลับต้องงัดมาตรการล้วงเงินกองทุนออกมาตรึงราคาเพื่อขาย 29 บาท"
#จัดการราคาน้ำมันยังไงให้มันแพง?
ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุว่า เหตุที่ราคาน้ำมันบ้านเราแพง เพราะมีการบวกค่าใช้จ่ายทิพย์บนเนื้อน้ำมันมาเป็นทศวรรษ โดยตี้ต่างว่าประเทศไทยไม่มีโรงกลั่น ต้องไปนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ จากสิงคโปร์ ไปอิงราคาจากสิงคโปร์
ทั้งที่ไทยมีโรงกลั่นกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพ ระยอง ศรีราชา แต่กลับไปสมมตว่าไม่มีโรงกลั่น และไปอ้างอิงค่าใช้จ่ายต่างๆในการนำน้ำมันมากลั่น โดยบวกค่าขนส่งจากสิงคโปร์มาไทยให้ บวกค่าประกันภัย ค่าการสูญเสียระหว่างขนส่ง กลาย เป็น "เงินกินเปล่า"ที่ รัฐบาลให้แก่โรงกลั่นมาตั้งแต่ ปี40-41 เกือบ30ปีแล้วเพื่อจูงใจการตั้งโรงกลั่นในประเทศ
"ค่าใช้จ่ายทิพย์ที่ว่าแค่ลิตรละบาท เงินกินเปล่านี้ก็สูงถึง 36,000 ล้านบาทแล้ว และ ให้มาตั้งแต่ปี 40 จนปีนี้จะ30ปีแล้วทำไมยังไม่เลิก ทั้งที่มันไม่มีอยู่จริงแต่มันคือ ค่าใช้จ่ายทิพย์ที่แฝงอยู่ในต้นทุนน้ำมันที่ประชาชนต้องแบกรับจริง"

#ก๊าซหุงต้มขุดเอง ยังไปอิงราคาฮอร์มุช
ยิ่งในส่วนของ "ก๊าซหุงต้ม" ที่ไทยมีแหล่งผลิตเองกระจายอยู่รอบบ้าน ผลิตได้เองวันละ 3 ล้านตัน ใช้แค่ 2 ล้านตัน แต่คนไทยกลับต้องถูกบังคับให้ไปอิงราคาก๊าซ ที่สมมุติว่านำเข้ามาจากซาอุ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มันก็แพงบรรลัย ทำให้ราคาก๊าซหุงต้มบ้านเราแพงกว่ามาเลเซีย 2-3 เท่าตัว
แล้วก็เอาเงินกองทุนน้ำมันไปอุ้ม ทำให้ราคาน้ำมันแพงไปด้วย นี่คือการบริหารจัดการพลังงานของประเทศในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ที่มีการแก้ปัญหาแบบงูกินหาง โดยไม่มีการกลับมาทบทวน หรือเริ่มต้นกันใหม่เสียที
"วันนี้น้ำมันและก๊าซที่เราส่งออกไปต่างประเทศนั้น ถูกกว่าที่ขายให้คนไทย ที่ต้องแบกค่าใช้จ่ายทิพย์ โดยที่รัฐบาลและพลังงานไม่เคยออกมาบอกความจริงแก่ประชาชน"

#สำรองน้ำมัน 60 วัน แล้วแพงได้ไง?
หม่อมกรกสิวัฒน์ ยังระบุด้วยว่า สิ่งที่นายกฯ และ รมต.พลังงาน ออกมาป่าวประกาศบอกคนไทยหลังสงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นมา
ไทยเรามีน้ำมันดิบใช้ได้ 61 วัน กว่า 7,000 ล้านลิตร เป็นน้ำมันดิบในคลังในประเทศแล้ว 38 วัน และยังมีน้ำมันที่เราสั่งนำเข้าลอยลำผ่านช่องแคบฮอร์มูซแล้วอีก 23 วัน
ทั้งหมด เป็นน้ำมันที่มีการนำเข้ามาในระดับราคา 50-60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งหากเป็นดังนี้ราคาน้ำมันจ่ายปลีกในบ้านอย่างน้อยในระยะ 60-61วันนั้น มันควรไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย

และกระทรวงพลังงานหรือรัฐแทบไม่ต้องประกาศตรึงราคา 15 วันด้วยซ้ำ อย่างน้อยมันต้องตรึงราคาไปได้ 60-61 วันจากน้ำมันดิบที่มีอยู่แล้ว และที่ลอยเรือผ่านช่องแคบฮอร์มูซไปแล้วมันควรต้องใช้ราคาเก่า ยืนราคาเก่าได้
แล้วรัฐบาลไปบริหารจัดการอิท่าไหน มันถึงได้ราคาพุ่งกระฉูดจนต้องวิ่งพล่านหามาตรการตรึงราคาน้ำมัน ต้องไปชดเชยราคาดีเซลกันเป็น 10 บาทต่อลิตร ชดเชยค่าอะไรทั้งที่น้ำมันพวกนี้มันอยู่ในคลังในประเทศอยู่แล้ว ไม่ใช่น้ำมันล็อตใหม่ ที่นำเข้าหลังจากสต๊อกน้ำมัน 60-61วันที่มีอยู่เดิมหมดลง
"การที่รัฐประกาศตรึงราคาแค่ 15 วันนั้น น้อยไป เป็นการเอาเปรียบคนไทยเปิดโอกาสให้ธุรกิจน้ำมันตักตวงกำไรในยามที่ประชนกำลังเดือดร้อนมากไป"
#สำรองน้ำมัน 40,000 ล้านอยู่ไหน?
ที่สำคัญ วันนี้ราคาน้ำมันดิบล็อตใหม่ที่เคลือนไหวอยู่ที่ 100 เหรียญต่อบาร์เรล ราคานี้ถือว่าไม่ได้สูงมาก อะไรเลย เป็นเนื้อน้ำมันจริงๆ ก็แค่ลิตนละ 19-20 บาทเท่านั้น ซึ่งเราน่าจะจัดการได้ดีกว่านี้
แต่เพราะมันมีความลับอันดำมืดหนึ่งที่ไม่มีใครบอกคนไทย

คนไทยได้จ่ายค่าสำรองน้ำมัน 2% ที่กองทุนน้ำมันทยอยเก็บลิตรละ 9-14 สตางค์มาตั้งแต่ปี 2561 รวมเม็ดเงินกว่า 30,000-40,000 ล้านบาทแล้ว เพื่อให้เอกชนสำรองไว้รับสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อ "ความมั่นคง"
"วันนี้น้ำมันสำรองที่ว่านี้อยู่ที่ไหน เงินก็เก็บจากประชาชนไปล่วงหน้าหมดแล้วนี่ เวลานี้ไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องนำออกมาใช้หรือ? ทำไมรัฐบาลและพลังงานไม่ออกมาพูดความจริงกับประชาชน น้ำมันสำรองที่เราจ่ายเงินล่วงหน้ากันไปแล้ว 34,000-40,000 ล้านบาทที่ว่าอยู่ที่ไหน"