
ขณะเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ภาครัฐก็จ้องแต่จะ "ลอยแพ" ปล่อยให้ประชาชนคนไทยเผชิญวิกฤติโดยลำพัง เพราะจนป่านนี้ภาครัฐเองยังไม่รู้เลยว่า ตกลงแล้วหน่วยงานไหน กระทรวงพลังงาน หรือกระทรวงพาณิชย์ ที่มีอำนาจในการควบคุมราคาน้ำมันกันแน่!
..
วิกฤตราคาน้ำมันที่กำลังทำให้ประชาชนคนไทยอกสั่นขวัญผวา ไม่รู้ว่าในอนาคตอันใกล้ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกแค่ไหน จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนจนโกลาหลไปทั้งประเทศอีกหรือไม่

ขณะที่ภาครัฐก็จ้องแต่จะ "ลอยแพ" ปล่อยให้ประชาชนคนไทยเผชิญวิกฤติโดยลำพัง เพราะจนป่านนี้ภาครัฐเองยังไม่รู้เลยว่า ตกลงแล้วหน่วยงานไหน กระทรวงพลังงาน หรือกระทรวงพาณิชย์ ที่มีอำนาจในการควบคุมราคาน้ำมันกันแน่
ต่างฝ่ายต่างโยนกลองว่า "ไร้อำนาจควบคุมราคา" ไม่สามารถจะเข้าไปควบคุมหรือแทรกแซงราคาได้ เพราะมีมติ ครม. วันที่ 21 พ.ค.2534 ยกเลิกการควบคุมราคาไปแล้ว ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี
กลายเป็นวิวาทะที่ทำให้ประชนคนไทยได้แต่อิ้งกิมกี่ ตกลงหน่วยงานใดมีหน้าที่กำกับดูแลราคาน้ำมันกันแน่ จะปล่อยให้ประชาชนคนไทยเผชิญวิกฤตโดยลำพังอย่างนั้นหรือ?

คงลืมไปว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม คือ น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็น 1 ใน 59 รายการสินค้าควบคุมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี 2542 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับมาตั้งแต่ 4 ก.ค.2562
มติ ครม.เดิม ที่ให้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมัน (21 พ.ค. 2534) มีสถานะที่เหนือกว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี 2542 กระนั้นหรือ?
หากมติ ครม. มีสถานะทางกฎหมายที่เหนือกว่า แล้วเหตุใดกระทรวงพาณิชย์ยังไปกำหนดให้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศ กกร.?

การออกตัวว่า ตนเองไร้อำนาจควบคุมราคาน้ำมัน และออกตัวว่าทำได้แค่ดูแลการติดป้ายแสดงราคา ย่อมสะท้อนให้เห็นว่า ประกาศควบคุมราคาสินค้าและบริการตาม กม.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริดารนั้นเป็นแค่ "เสือกระดาษ" ไม่มีอำนาจบังคับตามกฎหมายใดๆ อย่างนั้นหรือ?
หากแม้สินค้าที่ปรากฏอยู่ในประกาศเป็นแค่พิธีกรรมตามกฎหมายไม่มีสถานะบังคับใดๆ ตามกฎหมายแล้ว ก็ให้น่าสงสัยว่าแล้วสินค้าในรายการอื่นๆ อีก 58 รายการที่เหลือ โดยเฉพาะก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LNG) ที่เป็นต้นทุนสำคัญของการผลิตไฟฟ้านั้น กระทรวงพาณิชย์จะมีอำนาจเข้าไปกำกับดูแลและควบคุมราคาได้หรือ!
แก่งหิน เพิง