
ร.อ.ธรรมนัส พรเหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ขู่ใคร? หรือต้องการสื่อสารไปถึงใคร? “ใครไม่ดีกับผม จบไม่สวยสักคน”
..
หลังจากมีข่าวปล่อยออกมาตามสื่อมวลชน ว่าพรรคภูมิใจไทย จะไม่เอาพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล
บ้างก็ว่า พรรคภูมิใจไทย จะต่อรองไม่ให้กระทรวงเกษตรฯ ที่ว่ากันว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของ ร.อ.ธรรมนัส
ข่าวต่างๆ ที่ว่านี้ไหลออกมาท่ามกลางพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง และพรรคเพื่อไทย 74 เสียง จับขั้วตั้งรัฐบาลกันแล้วเบื้องต้น 267 เสียง

ขณะที่พรรคเล็กๆ ที่แสดงเจตจำนงร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง และพรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง รวมกลุ่มนี้อีก 13 เสียง
เท่ากับว่า รัฐบาลภูมิใจไทยมีเสียงจัดตั้งรัฐบาล 280 เสียง เกินครึ่งของสภาฯ มา 30 เสียง เรียกว่าอยู่ในระดับปลอดภัย พอสมควร
ถ้าตามสูตร สส. 10 คน ต่อ 1 รัฐมนตรี พรรคเล็กๆ เหล่านี้จะไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีกันเลย แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สามารถดูแล สส.เหล่านี้ได้ทุกเดือน ด้วยกระสุนคนละ 1-2 ขีด สบายมาก!
แต่ถ้าเอาพรรคกล้าธรรม 58 เสียง เข้ามาร่วมรัฐบาล จะกลายเป็น 338 เสียง ก็จริงอยู่ว่าช่วยให้เสถียรภาพรัฐบาลมั่นคงแข็งแรงมากขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรคกล้าธรรมตามสัดส่วนด้วย

จริงอยู่ว่า นายอนุทิน กับ ร.อ.ธรรมนัส นั้น ซี้ย่ำปึกกันแค่ไหน แต่วิถีทางการเมืองที่ต้องแข่งขันกันในช่วงการเลือกตั้ง บางเขต บางจังหวัด หลบให้กันไม่ได้ แถมต้องสู้กันด้วยกระสุนอย่างเต็มที่ โดยมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 เมื่อคนของพรรคกล้าธรรม สามารถล้มแชมป์เก่าที่เขต 3 จ.สุพรรณบุรี ที่ย้ายจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย แต่ถูกเด็กของ ร.อ.ธรรมนัส สอยร่วง!

นายอนุทิน มี “กุนซือใหญ่” อยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ต้องขบคิดหนักว่า 1. ถ้าพรรคกล้าธรรมได้เข้าร่วมรัฐบาล และคุมกระทรวงสำคัญๆ พรรคกล้าธรรมนี่แหละจะเป็นคู่แข่งในต่างจังหวัดที่น่ากลัวของพรรคภูมิใจไทย สำหรับการเลือกตั้งเที่ยวหน้า
2. ถ้าไม่มีพรรคกล้าธรรม ยังมีพรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง เป็นตัวแปรที่จะทำให้รัฐบาลนายอนุทินมี สส.ช่วยค้ำยันถึง 300 เสียง
3. มีมือที่มองไม่เห็น คอยสะกิดไม่ให้พรรคภูมิใจไทยดึงพรรคกล้าธรรม มาร่วมรัฐบาลหรือไม่?
4. ถ้าเอาพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรี แล้ว “ฝ่ายค้าน” ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส เรื่องมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จากเรื่องราวในอดีตของ ร.อ.ธรรมนัส “พ่อค้าแป้ง” ที่ประเทศออสเตรเลีย
โดยการพิจารณาวินิจฉัยไปบนมาตรฐานเดียวกับกรณี “เศรษฐา-พิชิต” ทั้งที่เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน ยังไม่รอด! แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น “อนุทิน-ธรรมนัส” จะรอดหรือ?
ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่นายอนุทินและกุนซือใหญ่ที่บุรีรัมย์ ขบคิดกันหนัก!!
เสือออนไลน์