
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Chevron Companies (Greater China) Limited (“CCGC”) เพื่อเข้าถือหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) ในสัดส่วน ร้อยละ 100 โดยมีนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในพิธีลงนามแบบออนไลน์ ร่วมกับ CCGC นับเป็นก้าวสำคัญของบางจากฯ ในการขยายธุรกิจพลังงานไทยสู่ตลาดต่างประเทศและการเตรียมความพร้อมด้านตลาดสำหรับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารกำลังการกลั่นของกลุ่มบริษัทบางจากในระยะยาว

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเข้าซื้อกิจการ CHK ไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจของบางจากฯ สู่ตลาดต่างประเทศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการเดินหน้านำธุรกิจพลังงานไทยไปสร้างความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาค เรามุ่งมั่นยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่อนาคตด้านพลังงานภายใต้ทิศทางที่ชัดเจน โดยฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจเสรีที่พัฒนาแล้ว มีกรอบกฎหมายและกติกาการค้าปลีกเสรีที่ใกล้เคียงตลาดแข่งขันสมบูรณ์ อีกทั้งมีอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศอยู่ในระดับสูง (อันดับเครดิตของประเทศอยู่ที่ AA+) สะท้อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และระบบกำกับดูแลภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มแข็ง และเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการเดินเรือที่สำคัญของเอเชีย จึงเหมาะกับการเข้าทำธุรกรรม”

CHK ประกอบธุรกิจพลังงานที่หลากหลาย ได้แก่ ธุรกิจน้ำมันค้าปลีก ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทร พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือระดับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ CHK ยังเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการสถานีบริการหลักของตลาดน้ำมันฮ่องกง โดยมีสถานีบริการ 31 แห่ง กระจายครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองและชานเมือง ซึ่งภายหลังการเข้าซื้อกิจการ บางจากฯ จะยังคงดำเนินการสถานีบริการภายใต้แบรนด์ Caltex ภายใต้สัญญาเครื่องหมายการค้าระหว่างบางจากฯ และเชฟรอน การลงทุนใน CHK จะช่วยเสริมศักยภาพให้บางจากฯ สามารถต่อยอดธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร ขยายฐานลูกค้า เพิ่มความแข็งแกร่งของระบบโลจิสติกส์ด้านพลังงาน และสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตระยะยาว ทั้งนี้ คาดว่าจะธุรกรรมการซื้อขายหุ้นจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2569

การดำเนินการครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนของบางจากฯ “Accelerating Bangchak 100x” ซึ่งตั้งเป้าหมายเร่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้มีความสามารถในการแข่งขัน การบริหารจัดการที่เป็นเลิศ และการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยปัจจุบันบางจากฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 5 กลุ่มหลัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1. กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นการตลาดและพลังงานชีวภาพ 2. กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 3. กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน 4. กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน 5. กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ฯ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยการลงทุนอย่างเคร่งครัด และจัดสรรงบลงทุนช่วงปี 2569-2571 รวม 35,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาธุรกิจหลัก เสริมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแห่งอนาคต พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

หมายเหตุ: เกี่ยวกับบางจากฯ
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทด้านพลังงานชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดำเนินธุรกิจใน 10 ประเทศทั่วโลก มีโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่ประกอบด้วย 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ (Refinery, Marketing and Biofuels) บริหาร 2 โรงกลั่นน้ำมันระดับโลก โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง และโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา กำลังการกลั่นรวมประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยเครือข่ายการตลาดทั่วประเทศ และขยายกำลังการผลิตโรงงานผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ ผลิตภัณฑ์จากชีวภาพ รวมทั้งกำลังการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)
กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ (Upstream) ดำเนินธุรกิจแหล่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ผ่านการลงทุนใน OKEA ASA ในประเทศนอร์เวย์ พร้อมขยายการเข้าถึงแหล่งพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน (Power and Infrastructure) ขับเคลื่อนสู่พลังงานสะอาดและรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน (Data Center)
กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน (Trading) เสริมศักยภาพในการต่อยอดห่วงโซ่อุปทาน ขยายสู่ตลาดโลกผ่านการซื้อขายพลังงานแบบมีสินทรัพย์รองรับ (Asset-Backed Trading)
กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ (New Businesses and Holdings) มุ่งสร้างการเติบโตสู่อนาคตผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์และด้านนวัตกรรม รวมทั้งมีสถาบันเทคโนโลยีนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BiiC) เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับเทคโนโลยีและการเติบโตของธุรกิจใหม่ในระยะยาว
บางจากฯ ได้ร่วมก่อตั้ง Carbon Markets Club (CMC) เพื่อสนับสนุนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตและสร้างความตระหนักรู้ด้านวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และต่อยอดสู่ระดับภูมิภาคด้วยการเป็นหนึ่งในผู้ลงนามในกรอบความร่วมมืออาเซียน (ASEAN Common Carbon Framework) เพื่อให้เกิดตลาดคาร์บอนที่เชื่อมโยงกันได้และคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพสูง
บางจากฯ ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050