
เป็นที่ฮือฮากันใหญ่! เมื่อพรรคเพื่อไทย เปิดนโยบายเรื่องเงินล้าน ด้วยการสุ่มแจกคนละ 1 ล้านบาท วันละ 9 คน ตกเดือนละ 270 คน (270ล้านบาท) ปีละ 3,240 คน หรือ 4 ปี เท่ากับ 12,960 คน เพื่อดึงคนไทยเข้าระบบฐานข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องภาษี บนเวทีหาเสียงเมื่อวันที่ 23 ม.ค.69 ณ ลานพาร์คพารากอน กรุงเทพฯ
ตอนนี้มี 2-3 คน ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน รีบสวมบทเป็นฝ่ายค้านกันแล้ว เหมือนว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว
ต่อมา นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงเจตนารมย์นโยบาย ‘สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า นโยบายนี้กำลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการแจกเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริงคือ “การหาเงินให้รัฐ” โดยต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะ “ไต้หวัน” ที่ใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ (Uniform Invoice Lottery) จนสามารถเพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง 20% ต่อปี

นพ.พรหมินทร์ ระบุว่า หากประเทศไทยสามารถดึงเม็ดเงินภาษีเข้าระบบได้เพิ่มขึ้นเพียง 10% กว่าๆ จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มถึงปีละ 1 แสนล้านบาท ในขณะที่ใช้งบประมาณในการจัดทำรางวัลเพียงปีละ 3,285 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในปัจจุบันที่มีมูลค่า 8-9 แสนล้านบาทต่อปี
“เราไม่ได้แค่สร้างเศรษฐีใหม่ แต่เรากำลังสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปพัฒนาประเทศให้ทันสมัย และที่สำคัญที่สุด คือ รัฐจะได้ข้อมูลมหาศาลในการนำมาใช้กับเทคโนโลยี AI เพื่อวางแผนนโยบายรัฐให้แม่นยำและตรงจุดมากขึ้น”
โดยนโยบายนี้ ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษีอย่างละมุนละม่อม โดยใช้แรงจูงใจด้านรางวัลมาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังของไทยในระยะยาว
เสือออนไลน์