
หลังโศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างโครงการถไฟความเร็วสูงไทย-จีนถล่มทับขบวนรถไฟสายกรุงเทพ-อุบลราชธานี ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว อ.สีคิ้ว นครราชสีมา เช้าวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา จนทำให้ขบวนรถไฟดังกล่าวพลิกคว่ำตกรางและเกิดเพลิงไหม้ มีผู้โดยสารบาดเจ็บและเสียชีวิตไปนับร้อย
ถัดมาอีกวันเครนก่อสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 ช่วงก่อนขึ้นสะพานท่าจีน พื้นที่ จ.สมุทรสาคร ถล่มซ้ำลงมาอีกเมื่อเช้าวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้รถที่สัญจรบนถนนพระราม 2 ถูกทับบี้แบนมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากทันที 2 ศพ ตอกย้ำความไม่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ จนมีคนสัพยอกน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นถนน "พระรามสยอง" ได้แล้ว
…
ทั้งสองเหตุสลดดังกล่าว ล้วนเป็นผลงาน "สุดฉาว" ของบริษัทรับเหมายักษ์ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ที่เคยสร้างวีรกรรมรับเหมาก่อสร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มูลค่ากว่า 2,300 ล้าน ที่ถล่มครืนกองเป็นเศษซาก จนมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายไปนับ 100 ศพ เมื่อปลายเดือน มี.ค.2568 ไม่ถึงขวบปีที่ผ่านมานี่เอง

เป็นโศกนาฏกรรมซ้ำซากที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ แถมเป็นผลงานของผู้รับเหมายักษ์เจ้าเดียวที่ทำ "แฮททริค" จนน่าจะเชิญ "กินเนสบุ๊ค" มาทำการบันทึกและทำพิธีมอบรางวัล "สันขวานทองคำ" ให้ได้แล้ว
โศกนาฏกรรมที่กิดขึ้นซ้ำซากนี้ ทำให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย นั่งไม่ติด ต้องเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในบ่ายวันเดียวกัน (15 ม.ค. 69) ก่อนสั่งการเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการยกเลิกสัญญาจ้างรับเหมายักษ์รายนี้และขึ้นบัญชีดำ "แบล็กลิสต์" ทันที เพราะในช่วงระยะเวลาเพียง 10 เดือน ได้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วถึง 4 ครั้ง
ก่อนที่นายกฯ จะ "ไล่เบี้ย" ให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปพิจารณาตัวเอง และรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมที่กิดขึ้นในฐานะหน่วยงานที่เป็นผู้ว่าจ้างรับเหมายักษ์รายนี้ และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารรถไฟเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ท่ามกลางความงวยงงของผู้คนในสังคม ทีเหตุน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่และสงขลาที่มีผู้คนเสียชีวิตนับ 100 ศพ ทำเอาเศรษฐกิจหาดใหญ่ สงขลา และภาคใต้พินาศย่อยยับจนป่านนี้ยังไม่ฟื้น เพราะนายกฯ ในฐานะ รมต.มหาดไทย ไปสั่งย้ายผู้ว่าคนก่อนพ้นจากพื้นที่ไป คนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาทำงานไม่ถึง 2 สัปดาห์ จึงวางมาตรการรับมืออะไรไม่ทัน ก็ไม่เห็นนายกฯ อนุทิน จะไป "ไล่เบี้ย" ให้ รมต.มหาดไทย ต้องรับผิดชอบ
หรือกรณีตึก สตง.ถล่มมีผู้คนเสียชีวิตร่วม 100 ก็ ไม่เห็นนายกฯ จะไปไล่ผู้ว่า สตง. หรือสอบเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งวิศวกรผู้ควบคุมงาน บริษัทที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่ตรวจรับทั้งหลาย หรือแม้แต่กรณีเครนก่อสร้างถล่มบนถนนพระราม 2 ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำซาก เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นอีก (และยังจะเกิดขึ้นต่อไป) ก็ไม่เห็นนายกฯ จะไปไล่เบี้ยให้อธิบดีกรมทางหลวง หรือ รมต.คมนาคม ต้องแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย

เจอไม้นี้เข้าก็ทำเอานายกฯ อนุทิน ต้องออกมาแก้ต่างอ้างเหตุที่ต้องการให้ผู้ว่าฯ รถไฟ หรือรักษาการผู้ว่าฯ รถไฟ แสดงความรับผิดชอบ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ รฟท. หลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้ คือผู้โดยสารที่กำลังเดินทางโดยรถไฟแล้วไปประสบเหตุเสียชีวิต อย่างไรก็ไม่พ้น "ผู้รับเหมารับผิดต่อ รฟท. อยู่แล้ว แต่ รฟท. ต้องรับผิดต่อผู้ใช้บริการเพราะคือขนส่งมวลชน ดังนั้น คนที่บอกว่า รฟท.ไม่เกี่ยว แต่นายกฯ ไปหาเรื่องผู้ว่าฯ รฟท. ตนไม่ได้หาเรื่อง แต่พูดตามเนื้อผ้า"
จะว่าไป ก็น่าเห็นใจรักษาการผู้ว่าการรถไฟ "นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง" ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการผู้ว่ารถไฟ ไม่ถึงขวบเดือน และเพิ่งจะได้รับการสรรหาให้เป็นผู้ว่า รฟท. คนใหม่ ยังไม่ทันที่คณะกรรมการสรรหาจะนำเรื่องเสนอเข้าบอร์ดรถไฟด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาเจอกรณี "ดราม่า" ให้ต้อง "รับผิดชอบ" ความเสียหาย และ "หายนะ" ที่ตนเองไม่ได้ก่อ หรือเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น

กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ ประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เฟสแรก ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา (โคราช) ไปตั้งแต่ปีมะโว้ รวม 14 สัญญา และดูเหมือนจะประมูลในช่วงที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ คนจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ของนายกฯ นั่นแหล่ะเป็นผู้ดำเนินการ
การคัดเลือกวิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้าง ที่ปรึกษาโครงการ ผู้ควบคุมระบบรางและออกแบบรางที่ว่าใช้ทีมวิศวกรจากประเทศจีนทั้งหมดก็ทำในยุคที่ รมต.ของพรรคภูมิใจไทย นั่นแหล่ะกุมบังเหียนเอง

บทที่ "แจ๊คพ็อต" มาแตกเอา จะเพราะความประมาทเลินเล่อ หรือจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ ในช่วงที่รักษาการผู้ว่าการ รฟท. คนใหม่ กำลังเข้ารับตำแหน่งพอดิบพอดี กับจะมาโยนขี้ให้ต้องรับผิดชอบกันดื้อๆ ซะงั้น มันใช่เหรอ? มันใช่หนทางการแก้ไขปัญหาหรือ?
หรือเป็นบทถนัดในการหา "แพะรับบาป" ตามสันดานดิบของนักการเมือง!
จะว่าไปว่าที่ผู้ว่าฯ รถไฟ คนใหม่นี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็น "ลูกหม้อ" คนแรกในรอบ 15 ปีขององค์กรรถไฟแห่งนี้ ที่ได้รับการสรรหาขึ้นมา นับจาก "นายยุทธนา ทัพเจริญ" อดีตลูกหม้ออีกคนที่ได้มีโอกาสบริหารกิจการรถไฟ

การได้ลูกหม้อคนในขึ้นมาทำหน้าที่ตรงนี้ น่าจะถือว่าเป็นคนที่เข้าใจบริบท และองคพายพในรถไฟดีที่สุด เพราะรู้ตื้นลึกหนาบาง รับรู้บริบทและองคพายพทุกอย่างในการรถไฟฯ จึงน่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะทำให้การพลิกโฉมกิจการรถไฟอย่างแท้จริง สลัดพ้น "ใบสั่งการเมือง" ได้อย่างแท้จริงได้ พัฒนาองค์กรได้เสียที
ผิดกับคนก่อนๆ ที่ทุกฝ่ายต่างรู้กันดีว่าล้วนแต่มี "ใบสั่งการเมือง" ส่งเข้ามาทั้งสิ้น บางคนไม่ได้มาแค่ตัวคนเดียว แต่ขนเอาทีมงาน ที่ปรึกษาเข้ามานั่งอยู่ในองค์กรเต็มขบวน ตั้งคณะทำงาน ตั้งที่ปรึกษาลงไปล้วงลูก จัดซื้อจัดจ้างชนิดที่เรียกได้ว่า แทบจะเข้าไปนั่งขายตั๋ว เก็บตั๋วรถไฟกันเองโดยเจ้าหน้าที่รถไฟไม่ต้องทำงานกันแล้ว
หรือว่าการเมืองไม่ชอบแบบนี้ อยากกลับไปสู่วังวนเดิมในอดีตกันแน่!!!