
แนะคนรถไฟเบิ่งตาดู แนวทางแก้ไขปัญหาบุกรุกที่หลวงฐานทัพเรือสัตหีบ
31 มกราคม 2559 กองทัพเรือ โดยฐานทัพเรือสัตหีบ จัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินแสมสาร" ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เปิดให้เอกชนที่แสดงสิทธิ์และหาทางออกในการแก้ไขปัญหาบุกรุก
นาวาเอกสุวัจ ดอนสกุล ผู้อำนวยการกองยุทธการและข่าว ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วย นาวาเอก อธิคม เลาหะกุล รองผู้อำนวยการกองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม "ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินแสมสาร" ในพื้นที่ตำบลแสมสาร

หลังจากที่กองทัพเรือ ได้มีคำสั่งให้ฐานทัพเรือสัตหีบ ตั้งคณะกรรมการลงตรวจสอบ กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เข้าไปรุกที่ดิน เพื่อดำเนินการก่อสร้างรีสอร์ท ร้านอาหาร หรือในเชิงธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบันมีการรุกที่ไปมากว่าเดิมซึ่งจะส่งผลเสียให้กับประเทศชาติ
โดยทางฐานทัพเรือสัตหีบในเบื้องต้นจะเน้นเหตุซึ่งหน้า กรณีถมที่ดินชายทะเลไปทำธุรกิจร้านอาหาร และกำลังก่อสร้างรีสอร์ท และสั่งระงับการก่อสร้างเด็ดขาด โดยจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งดำเนินคดีกับเจ้าของหรือผู้เกี่ยวข้องที่รุกที่ดิน ส่วนรีสอร์ทหรือร้านอาหารที่สร้างไปแล้วก่อนหน้าก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายย้อนหลังเช่นกัน
ส่วนกรณีประชาชนหรือชาวบ้านที่ปลูกบ้านอยู่อาศัย ไม่ต้องกังวล เพราะทางเจ้าหน้าที่ได้ผ่อนผันให้อยู่อาศัยได้ตามปกติ ไม่มีการขับไล่โดยเด็ดขาด
นาวาเอก อธิคม เลาหะกุล รองผู้อำนวยการกองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ กล่าวว่า ฐานทัพเรือสัตหีบ มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินแสมสาร" เพื่อเป็นการให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในอดีตและผู้ที่บุกรุกในปัจจุบัน มาแสดงตัวกับทาง ศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อที่จะลงในรายละเอียดว่าพื้นที่ ที่บุกรุกหรือพื้นที่ ที่ท่านครอบครองในปัจจุบันเป็นพื้นที่เท่าไหร
และในกรณีที่กองทัพเรือมีนโยบายให้เช่า และท่านมีเจตจำนงจะเช่ากับกองทัพเรือหรือไม่ แต่ถ้าท่านไม่มีเจตจำนง จะเช่าหรือแสดงตัวกับทางกองทัพเรือ อนาคตถ้าอาจถูกตัดสิทธิ์ในการเช่ากับกองทัพเรือก็ได้และถูกฟ้องขับไล่ กับผู้ไม่มีเจตนาจะเช่าในอนาคต และเป็นการลงพื้นที่สำรวจ เพื่อเก็บข้อมูลตำบลแสมสารทั้งแปลง เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดเสนอกองทัพเรือในการแก้ไขปัญหาในอนาคตต่อไป

และยังกล่าวอีกว่า ในส่วนการประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านได้รับทราบข้อมูล ว่าศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินแสมสาร ที่ตั้งขึ้นมาไม่ได้มีวัตถุประสงค์ ที่จะไปบีบบังคับ หรือทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจากความเป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อแต่จะเป็นการแนะนำในสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นข้อเท็จจริง หากชาวบ้านทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว สามารถที่จะตัดสินใจได้ง่าย มาทำสัญญาเช่ากับทางราชการเถอะ อย่างการติดกระดุมเสื้อ ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกได้ถูกต้อง และเรื่องการขออนุญาติการอยู่อาศัย การขอน้ำ ขอไฟ การกู้แบงก์ก็จะทำได้โดยถูกกฎหมาย
ส่วนที่ดิน "เขากระโดง" จำนวน 5,059 ไร่ ที่มีผู้ครอบครองและมีเอกสารสิทธิ์ประเภทต่างๆ อยู่ถึง 995 ฉบับ ซึ่งในภายหลังศาลฎีกา และศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ นั้น

แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ถูกบุกรุกก่อสร้างชุมชน ร้านค้า อาคารพาณิชย์ สำนักงาน หรือแม้กระทั่งสนามกีฬา "สนามช้างอารีน่า" และสนามแข่งรถ MOTO GP อันเลื่องชื่อของประเทศนั้น
มีเพียงการ "เพิกถอน" เอกสารสิทธิ์เหล่านั้น และทุบ-รื้อ สิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น เพื่อนำที่ดินกลับมาเป็นของหลวงเท่านั้นหรือ?
จะ "ทุบทิ้ง" สิ่งปลูกสร้างที่ "เกิดอีกสิบชาติ" ก็สร้างไม่ได้เท่านี้จริงๆ หรือ?
กระทรวงมหาดไทย การรถไฟฯ กระทรวงคมนาคม และรัฐบาลเพื่อไทยคิดได้เพียงเท่านี้จริงๆ หรือ?
แก่งหิน เพิง