
อีกแล้ว! “วรวงศ์” ชี้แจงการเจรจา FTA - EFTA จบและลงนามไปแล้วตั้งแต่ 23 ม.ค.68 ขอร้อง “ศุภจี” หยุดเคลมผลงานพรรคเพื่อไทย
นายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตามที่มีข่าว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศ EFTA ประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ลิคเตนสไตน์ และ ไอซ์แลนด์ นั้น ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย และ กลุ่ม EFTA ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.67 มีพิธีลงนาม ณ House of Switzerland กรุงดาวอส สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 23 ม.ค.68 ในการประชุม World Economic Forum (WEF) ปีที่แล้ว ลงนามโดย รมว.พาณิชย์ของไทย (นายพิชัย นริพทะพันธุ์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ (นายกี ปาร์เมอแล็ง) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมนอร์เวย์ (ซิซีลี เมียร์เซ็ท) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิกเตนสไตน์ (โดมินิค แฮชเลอร์) และปลัดกระทรวงการต่างประเทศไอซ์แลนด์ (มาร์ติน เอยอบสัน)
โดยมี นายกรัฐมนตรีของไทย (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) และเลขาธิการเอฟตา (เคิร์ท เจเกอร์) ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งตนอยู่ในเหตุการณ์ นับเป็น FTA ของไทยฉบับแรกกับชาติในทวีปยุโรป ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอนำเรื่องเข้าที่ประชุมรัฐสภาเพื่อรับรองซึ่งเป็นขั้นตอนปกติ

สัญญา FTA ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศ EFTA เป็นผลงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ผลจากการเซ็นสัญญาบรรลุข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรีทำให้การส่งออกของไทยไปยังกลุ่มประเทศ EFTA ขยายตัวได้ถึง 78.66% ในปี 68 นอกจากนี้ผลของการเจรจา FTA กับ กลุ่ม EFTA สำเร็จ ทำให้การส่งออกของไทยในปี 68 ขยายได้ถึง 12.93% และส่งผลให้การเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-ภูฎาน สำเร็จลุล่วงตามมาในเดือน เม.ย.68 มีพิธีลงนามในการประชุม BIMSTEC ทำให้ประเทศไทยมี FTA เพิ่มขึ้นเป็น 24 ประเทศ
นายวรวงศ์ กล่าวต่อไปว่า นโยบายพรรคเพื่อไทยต้องเร่งการเจรจา FTA เพื่อให้ประเทศไทยมีข้อตกลง FTA กับประเทศคู่ค้าให้มากที่สุด เป็นการดึงดูดการค้าการลงทุนในไทยให้เครื่องจักรเศรษฐกิจเดินหน้าอีกครั้ง ปัจจุบันประเทศเวียดนามมี FTA มากกว่า 60 ประเทศ ทำให้การค้าการลงทุนในเวียดนามเติบโตอย่างชัดเจนจนคาดการณ์กันว่าจีดีพีของเวียดนามอาจไทยในไม่ช้า
ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเจรจา FTA กับกลุ่ม EU ที่มีสมาชิกจำนวน 27 ประเทศให้จบโดยเร็ว ในอดีต นายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและความโปร่งใส หัวหน้าคณะเจรจาฝ่าย EU ได้ให้คำมั่นกับนายพิชัยว่าจะเร่งการเจรจาให้บรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 25 ธ.ค.68 แต่ปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ

ดังนั้นจึงอยากขอนางศุภจี โปรดอย่าบิดเบือนข่าวเสมือนว่ากำลังเจรจา FTA กับกลุ่ม EFTA ทั้งที่การเจรจาเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ก่อนที่นางศุภจีเข้ารับตำแหน่ง และขอให้สานต่อการเจรจา FTA กับกลุ่ม EU ให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อแสดงความสามารถในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาฝ่ายไทย
นอกจากนั้น ขอนางศุภจีโปรดหยุดเคลมผลงานของพรรคเพื่อไทย โดยส่วนตัวขอแนะนำให้ไปคิดริเริ่มงานอื่น เพราะกระทรวงพาณิชย์มีเรื่องที่ต้องทำมากมาย มีปัญหารอการแก้ไขเยอะแยะเต็มไปหมด เศรษฐกิจไทยจะได้โตมากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี เหมือนสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร
ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่นางศุภจีเข้ารับตำแหน่ง ผลงานที่แถลงข่าวล้วนเป็นผลงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น เช่น การทลายทุนผูกขาด ลดสต๊อกข้าวเหลือ 100 ตัน เพื่อให้เปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกรายย่อยสามารถส่งออกได้ง่ายขึ้น การส่งออกมันสำปะหลังไปประเทศซาอุฯ ปิดดีลเริ่มซื้อขายกันตั้งแต่เดือน พ.ค.68 แล้ว โครงการความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ไทย-สิงคโปร์ และ การเจรจา FTA กับ EFTA เป็นต้น
ปัจจุบันมีดิจิตอลฟุตปริ้นท์บันทึกไว้ในอินเตอร์เน็ต สามารถสืบข้อมูลย้อนหลังได้ทั้งหมด เพื่อจะได้ไม่นำผลงานเดิมของรัฐบาลเพื่อไทยมาเคลมเป็นผลงานของตนเองอีก
“นอกจากนี้ราคาข้าวในปัจจุบันยังต่ำกว่าราคาข้าวในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย โดยราคาข้าวเปลือกเจ้า (ข้าวขาว) นาปี 67 อยู่ที่ 10,000 -12,000 บาท/ตัน และ ราคาข้าวเปลือกเจ้า นาปรังอยู่ที่ 8,800-9,000 บาท/ตัน ในขณะที่ราคาข้าวเปลือกเจ้า นาปี สมัยนางศุภจี ราคาตกต่ำเหลือเพียง 5,400 บาท/ตัน ก่อนปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 6,500-8,000 บาท/ตัน ซึ่งยังต่ำกว่าราคาสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาก ส่วนราคาข้าวเปลือกหอมมะลิราคาอยู่ที่ 15,000-16,500 บาท/ตัน นั้น ราคาดีตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแล้ว ไม่เคยราคาตก จึงอยากให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนด้วย” นายวรวงศ์ กล่าว